รถไฟในญี่ปุ่นสำหรับนักท่องเที่ยว

World News

ประเทศญี่ปุ่นก็อย่างที่รู้ๆกันดีว่า ทางเลือกของการเดินทางอันดับที่หนึ่งคือ การเดินทางด้วยรถไฟ เพราะรถไฟนั้นเชื่อมต่อไปในทุกๆส่วนของประเทศ ถึงจะยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด แต่ก็ช่วยให้การเดินทางนั้นสะดวกและง่ายขึ้นมาก และการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นนั้นก็ต้องเพิ่งการใช้บริการด้วยรถไฟเป็นหลัก แล้วการใช้รถไฟของบ้านเรากับบ้านเค้านั้นไม่เหมือนกัน จะมีเรื่องจุกจิกเล็กน้อยที่ต่างกัน แต่สำคัญมากสำหรับประเทศของเค้า ทีนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องนี้กัน

ไม่คุยโทรศัพท์ขณะอยู่บนรถไฟ
การคุยโทรศัพท์บนรถไฟนั้นมันไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ถ้าบ้านเราก็เป็นเรื่องปกติมากครับ แต่ที่ญี่ปุ่นนั้นเป็นเรื่องใหญ่ครับ รถไฟในประเทศญี่ปุ่นนั้นเงียบมากครับ การคุยโทรศัพท์นั้นถือเป็นเรื่องเสียมารยาทสำหรับเค้าเลยล่ะ คนญี่ปุ่นนิยมติดต่อกันผ่านข้อความหรือแชทเอาครับ ดังนั้นก็ไม่ค่อยน่าแปลกใจถ้าจะเห็นหลายๆคนนั่งก้มหน้าจิ้มมือถือกันเยอะ แต่ถ้ามีความจำเป็นหรือเรื่องฉุกเฉินที่จะต้องคุยโทรศัพท์ ก็ควรจะลงจากรถเพื่อคุยโทรศัพท์ครับ

ห้ามกางร่ม และใช้ไม้เซลลฟี่ บนชานชาลา
การห้าม ห้ามกางร่ม และใช้ไม้เซลลฟี่ บนชานชาลาเพราะเหตุผลด้านความปลอดภัย เพราะอาจไปเกี่ยวโดนสายไฟ รถไฟ หรือเกิดอุบัติเหตุอื่นๆ ซึ่งเกิดขึ้นได้ระหว่างการใช้รถไฟ

หลีกเลี่ยงการเดินทางช่วงเวลาเร่งรีบ (ในเมืองใหญ่อย่างโตเกียว)
เพราะอะไรน่ะหรือ .. นั่นก็เพราะว่ามนุษย์เงินเดือนญี่ปุ่นจะแห่กันใช้บริการรถไฟกันหมดน่ะสิ ! คุณอาจจะโดนเบียด อัด จนแทบจะรวมร่างกับคนอื่นๆในรถไฟกันได้เลยล่ะ แล้วเค้าก็พยายามยัดกันจริงๆนะ แบบอัดเขาไปจนคุณไม่สามารถทรงตัวได้ด้วยตัวเอง แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้เป็นกับรถไฟทุกสาย ถ้าให้ดีแนะนำให้หลีกเลี่ยงจะดีกว่า อ่อ .. ช่วงเวลาเร่งด่วนนี้คือประมาณ 7-8 โมงเช้า ที่สำคัญอีกเรื่องคือ ผมแนะนำว่า อย่า ลากระเป๋าเดินทางมาใช้รถไฟในช่วงนี้ เพราะคุณจะถูกมองด้วยสายตาที่น่ากลัวจากคนญี่ปุ่นอย่างแน่นอน หรือถ้าคุณยืนงงๆมึนๆขวางทางคนญี่ปุ่นในช่วงเวลานี้ คุณอาจจะถูกผลักก็ได้ เพราะคุณกำลังขวางทางเดินของเค้า (แล้วแต่สถานี)

เดินทาง รถไฟญี่ปุ่น ชื่อเดี๋ยวกัน เช็คให้ดี สถานีไหนกันแน่!
สำหรับบางสถานีรถไฟที่เป็นสถานีหลัก สามารถต่อเชื่อมการเดินทางได้หลากหลายแบบ ชื่อที่เหมือนกันไม่ได้หมายความว่าตำแหน่งการขึ้นรถไฟจะอยู่ที่เดียวกัน คุณจำเป็นต้องทราบว่าคุณต้อง เดินทาง รถไฟญี่ปุ่น ประเภทไหน สายอะไร ดังนั้นต้องดูป้ายที่บอกทางให้ดีหากยังไม่คุ้นชิน เช่น หากคุณต้องนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินสายกินซ่าเริ่มจากสถานีอุเอโนะ ก็ต้องเข้าเกตรถไฟใต้ดินสายกินซ่า ไม่ใช่เกต JR อุเอโนะ เป็นต้น หรือบางสถานีที่ชื่อเหมือนอาจเป็นสายรถไฟท้องถิ่น สายเอกชน ต้องจำให้ดีว่าเราต้องขึ้นรถไฟแบบไหน บนดิน ใต้ดิน ชินกันเซ็น และสายใด

ขาไปหรือขากลับดูให้ดี
ต่อไปมาดูเรื่องของชานชาลาที่ต้องขึ้นรถไฟกันบ้าง เราต้องทราบว่าชานชาลาที่เราต้องขึ้นรถไฟนั้นไปทางไหน โดยดูได้จากคำว่า For ตามด้วยชื่อสถานีหลัก สถานีเปลี่ยนสาย สถานีสุดทัาย ที่ปรากฏบนป้าย ดังนั้นก่อนขึ้นต้องดูให้แน่ก่อน และควรศึกษาผังรถไฟสายที่จะใช้บริการซึ่งส่วนมากจะมีโบรชัวร์ผังรถไฟแจกทั่วไปถ้าเป็นสายหลักๆ ส่วนมากแต่ละสถานีจะมีป้ายไฟแจ้งเวลาและรถที่กำลังเทียบชานชาลา สามารถคอนเฟิร์มได้ หรือดูตัวอักษรวิ่งข้างรถก่อนขึ้นก็ได้ถ้ามีเวลา

ชานชาลาก็เดียวกัน และรถไฟนั้นอาจไม่ใช่
สำหรับในบางสถานีในหนึ่งชานชาลาอาจมีรถมาเทียบมากกว่าหนึ่งสาย ดังนั้นจึงควรทราบว่ารถที่เราจะขึ้นหน้าตาเป็นอย่างไร แถบสีอะไร เป็นรถไปแบบไหน เมื่อรถมาเทียบชานชาลาก่อนเวลาของรถไฟที่เราจะขึ้นรถคันนั้นอาจเป็นสายอื่น ดังนั้นเช็คให้ดีก่อน ไม่งั้นอาจพลาดยาว